วันนวราตรี ครบทุกเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการบูชาพระแม่อุมาเทวี


By ecommerce ravipa

วันนวราตรี 9 คืนแห่งบารมี พระแม่อุมาเทวีทั้ง 9 ปาง

เทศกาลนวราตรี คือช่วงเวลาแห่งศรัทธาที่ผู้คนทั่วโลกต่างรอคอย โดยจัดขึ้นเป็นเวลา 9 คืน 10 วันในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของพระแม่ทุรคา ปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวี เหนืออสูรมหิษาสูร ตามตำนาน พระแม่ทรงต่อสู้กับอสูรตนนี้ต่อเนื่องนานถึง 9 วัน 9 คืน และทรงมีชัยในวันที่ 10 ซึ่งเรียกว่า วันวิชัยทัสมิ นวราตรีจึงเป็นสัญลักษณ์ของความดีที่ชนะความชั่วร้าย และเป็นหนึ่งในพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีและยังเปรียบเสมือนช่วงเวลาที่พระแม่อุมาเทวีทรงเสด็จลงมาประทานพรแก่ผู้ศรัทธา


สำหรับ วันนวราตรี 2569 เทศกาลตามปฏิทินฮินดูตรงกับวันที่ 11–19 ตุลาคม 2569 และวันวิชัยทัสมิตรงกับวันที่ 20 ตุลาคม 2569


RAVIPA ชวนทำความรู้จัก ความหมายของวันนวราตรี มหาฤกษ์แห่งการสักการะพระแม่อุมาเทวี เตรียมพร้อมเปิดรับพรแห่งความสำเร็จ ความรัก และความสุขสวัสดิ์รอบด้าน ตลอดจนขั้นตอนการบูชา ของไหว้ที่นิยม และแนวทางการเลือกเครื่องประดับที่มีความหมาย เพื่อเป็นเสมือนการพกพาคำอวยพรจากพระแม่อุมาเทวีไว้ใกล้ตัวในทุกวัน

 


Table of Content

วันนวราตรี 9 คืนแห่งบารมี พระแม่อุมาเทวีทั้ง 9 ปาง

พระแม่อุมาเทวี มหาเทวีแห่งอำนาจ เสริมเสน่ห์ บารมี  เสมือนมีแม่ประทานพร

ความสำคัญของวันนวราตรี

พระแม่ทุรคา 9 ปาง กับ 9 คืนแห่งนวราตรี แต่ละวันมีความหมายอย่างไร?

เตรียมตัวไปไหว้พระแม่อุมาเทวี ในวันนวราตรี 2569   

สถานที่ไหว้พระแม่อุมาเทวีในกรุงเทพฯ 

บทสวดบูชาพระแม่อุมาเทวี

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเทศกาลนวราตรี

 

 

พระแม่ปารวตี - เทวีแห่งความสำเร็จ เสริมเสน่ห์และบารมี

พระแม่อุมาเทวี หรือ พระศรีมหาอุมาเทวี ที่รู้จักกันในพระนาม พระแม่ปารวตี (Parvati) เป็นมหาเทวีผู้ยิ่งใหญ่ในศาสนาฮินดู ผู้ศรัทธายกย่องพระองค์เป็น "พระมารดาผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล" (Mother of the Universe) ผู้เป็นแม่ของสรรพชีวิตทั้งปวง พระแม่อุมาเทวีทรงเป็นพระชายาของ พระศิวะ หนึ่งในสามมหาเทพสูงสุดของศาสนาฮินดู และเป็นพระมารดาของ พระพิฆเนศ และ พระขันธกุมาร (พระสกันทะ) เทพแห่งสงคราม อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน ตรีศักติ ร่วมกับพระแม่ลักษมีและพระแม่สุรัสวดี


ในฐานะพระมารดาแห่งจักรวาล พระแม่ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตา คอยโอบอุ้มและปกป้องผู้ศรัทธาดั่งแม่ปกป้องลูก ขณะเดียวกันก็ทรงเป็นสัญลักษณ์ของพลังอันยิ่งใหญ่แห่งธรรมชาติ โดยเชื่อว่าอำนาจของพระแม่ยิ่งใหญ่จนหาสิ่งใดเทียบไม่ได้

ทิพยรูปของพระแม่คือสตรีผู้งดงาม ทรงฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์หลากสี และประดับด้วยเครื่องทองอันวิจิตร พระแม่ทรงประทับร่วมกับพระศิวะ ณ เขาไกรลาส และมักปรากฏพร้อมสัญลักษณ์แห่งพลังและความเด็ดเดี่ยว โดยเฉพาะการทรง เสือ ซึ่งสื่อถึงความกล้าหาญและการควบคุมพลังอันยิ่งใหญ่ เป็นความงดงามที่ผสาน ความสง่างามเข้ากับความแข็งแกร่ง ได้อย่างลงตัว


พระแม่อุมาเทวีทรงได้รับการบูชาภายใต้หลายพระนามและหลายปาง แต่ละปางสะท้อนพลังที่แตกต่างกัน ปางที่สำคัญที่สุดมี 2 ปาง คือ ปางพระแม่ทุรคา ซึ่งแสดงถึงความกล้าหาญในการต่อสู้กับความชั่วร้าย และ ปางพระแม่กาลี ซึ่งแสดงถึงพลังอำนาจอันมหาศาลในการทำลายล้างสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง

 

 

พระแม่อุมาเทวี ประทานพรเรื่องอะไร?

ด้วยพระแม่อุมาเทวีทรงได้รับการยกย่องในฐานะพระมารดาผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล จึงเชื่อว่าพรของพระองค์ครอบคลุมแทบทุกมิติของชีวิต โดยพรที่ผู้ศรัทธานิยมตั้งจิตอธิษฐานมากที่สุด ได้แก่


  • ความรัก การครองคู่ และความสุขในครอบครัว

ด้วยพระแม่อุมาเทวีทรงเป็นพระชายาของพระศิวะและทรงมีความรักที่มั่นคงและภักดีต่อพระศิวะเพียงพระองค์เดียว จึงมีความเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นที่พึ่งของผู้ที่ขอพรให้พบคู่ครองที่ดี ความรักที่ราบรื่นและชีวิตคู่ที่มั่นคง สำหรับผู้ครองเรือน ยังเชื่อกันว่าพระแม่ทรงประทานความอิ่มเอมและความผาสุก ทำให้ครอบครัวรักใคร่ปรองดองและเปี่ยมสุข


  • การขอบุตรและการคุ้มครองแม่และลูก

ในฐานะพระมารดาของพระพิฆเนศและพระขันธกุมาร พระแม่อุมาเทวีทรงเปรียบเสมือนที่พึ่งของผู้ที่ปรารถนาจะมีทายาท เชื่อกันว่าพระองค์จะประทานบุตรที่ดี คุ้มครองหญิงตั้งครรภ์ให้คลอดง่าย ปลอดภัยและประทานปัจจัยที่พร้อมสำหรับเลี้ยงดูลูกให้เติบโตเป็นคนดี


  • อำนาจ บารมี และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

พลังแห่งศักติ สื่อถึงอำนาจ พลัง และความเป็นผู้นำ จึงมีความเชื่อว่าพระแม่อุมาเทวีทรงประทานอำนาจวาสนาและการมีบริวารคอยสนับสนุน โดยเฉพาะพลังแห่งความเป็นหญิงที่สะท้อนถึงความสง่างาม ความมั่นใจ และความสามารถในการยืนหยัดผ่านความท้าทาย


  • ชนะศัตรูและอยู่เหนืออุปสรรค

พระแม่อุมาเทวีประทานชัยชนะเหนือศัตรู ทำลายสิ่งชั่วร้ายและผู้คิดเบียดเบียน พร้อมประทานกำลังกายและกำลังใจในการทำกิจต่างๆ ได้สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะเมื่อบูชาในปางพระแม่ทุรคาหรือพระแม่กาลี


  • คุ้มครองภยันตราย

พระแม่อุมาเทวีทรงปกป้องผู้ศรัทธาให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง มีกำลังใจในการดำเนินชีวิต และคอยช่วยเหลือผู้ประพฤติดีเสมอ

 

 

พระแม่ทุรคา ภาคแห่งพลังอำนาจของพระแม่อุมาเทวี

ปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวีที่ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างยิ่ง คือ พระแม่ทุรคา (Durga) ซึ่งเป็นภาคที่พระแม่อวตารลงมาเพื่อปราบ มหิษาสูร อสูรผู้ก่อความเดือดร้อนแก่ทั้งเทวดาและมนุษย์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจ ความแข็งแกร่ง และความเด็ดเดี่ยว

ผู้ที่บูชาพระแม่ทุรคาอย่างสม่ำเสมอเชื่อกันว่าจะได้รับพรด้านความกล้าหาญ ชนะศัตรูและอุปสรรครอบทิศ มีบริวารคอยสนับสนุน ได้รับความยุติธรรม และมีสุขภาพแข็งแรง

 

 

นวทุรคา 9 ปางแห่งพระแม่ทุรคา กับมหาฤกษ์เทศกาลนวราตรี

นวทุรคา (Navadurga) หรือ 9 ปางแห่งพระแม่ทุรคา โดยแต่ละปางสะท้อนพรอันเป็นสิริมงคลที่แตกต่างกัน ทั้งความรัก บารมี อำนาจ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่น


นวทุรคาทั้ง 9 ปางมีความสำคัญมากในช่วงเทศกาล นวราตรี ซึ่งเป็นมหาฤกษ์แห่งการสักการะพระแม่อุมาเทวีตลอด 9 วัน 9 คืน แต่ละวันสื่อถึงคำอวยพรและความหมายอันเป็นมงคล โดยในเทศกาล นวราตรี ผู้ศรัทธาจะสักการะพระแม่วันละหนึ่งปาง ต่อเนื่องตลอด 9 คืน ตั้งแต่การเริ่มต้นและความมุ่งมั่น ไปจนถึงความกล้าหาญและการก้าวผ่านอุปสรรคทั้งปวง

 

 

ความสำคัญของวันนวราตรี

วันนวราตรี คืออะไร

คำว่า "นวราตรี" (Navaratri) มาจากภาษาสันสกฤต "นว" แปลว่า เก้า และ "ราตรี" แปลว่า คืน รวมกันจึงแปลว่า "เก้าคืน" ซึ่งสื่อถึงระยะเวลาที่พระแม่ทุรคาทรงต่อสู้กับมหิษาสูร


นวราตรีจัดขึ้นทุกปีใน เดือนอัศวิน (Ashvin) ตามปฏิทินฮินดู ซึ่งมักตรงกับช่วงกันยายนถึงตุลาคม บางแห่งบูชาพระแม่ทุรคา 9 ปาง วันละหนึ่งปาง โดยมีจุดหมายคือการถวายการเฉลิมฉลองแด่พระแม่ทุรคาผู้ทรงมีชัยเหนืออธรรม โดยวันสุดท้ายเรียกว่า วันวิชัยทัสมิ (Vijayadashami) หรือ วันดุสเซห์รา (Dussehra)


นอกจากพิธีบูชาแล้ว นวราตรียังเป็นช่วงเวลาแห่งการเต้นรำ ร้องเพลง และแห่ขบวนเทวรูป หลายคนยังใช้ช่วงเวลานี้ทบทวนจิตใจ ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆของชีวิต


 

ตำนานและประวัติความเป็นมาของนวราตรี

ตำนานที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือการปราบ มหิษาสูร อสูรควายผู้แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งสามโลกจนเหล่าเทพไม่อาจปราบได้ ทวยเทพทั้งหลายจึงหลอมรวมพลังอานุภาพและศาสตราวุธประจำองค์เข้าด้วยกัน ก่อกำเนิดเป็น พระแม่ทุรคา ร่างอวตารนักรบของพระแม่อุมาเทวี พระแม่ทรงต่อสู้กับมหิษาสูรนาน 9 วัน 9 คืน จนมีชัยในวันที่ 10 และนำธรรมะกับความสงบสุขกลับคืนสู่โลก


ชัยชนะครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความดีที่ชนะความชั่วร้าย และความถูกต้องที่ชนะความอยุติธรรม ชาวฮินดูจึงนับถือพระแม่ทุรคาในฐานะเทวีแห่งการปกปักรักษา พลังอำนาจ และความเป็นมารดา ผู้พร้อมปกป้องผู้ศรัทธาจากภยันตรายทั้งปวง


 

วันนวราตรี 2569 ตรงกับวันที่เท่าไหร่

วันนวราตรี ประจำปี 2569 ตามปฏิทิน Shardiya Navratri เริ่มในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 และสิ้นสุดในวันที่ 19 ตุลาคม ก่อนเข้าสู่วันวิชัยทัสมิในวันที่ 20 ตุลาคม


ในประเทศไทย กำหนดการของแต่ละศาสนสถานอาจแตกต่างกัน สำหรับ งานนวราตรี 2569 ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) มีกำหนดดังนี้

  • 10 ตุลาคม – พิธีบูชาพระพิฆเนศ

  • 11–19 ตุลาคม – พิธีนวราตรี

  • 20 ตุลาคม – ขบวนแห่ประเพณีวันวิชัยทัสมิ


 

เหตุผลที่ผู้คนนิยมขอพรพระแม่อุมาเทวีในช่วงวันนวราตรี   

  • ความศรัทธา – นวราตรีเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญอันเป็นมหามงคลที่สุดของศาสนาฮินดู และเป็นโอกาสในการแสดงความเคารพต่อพระแม่อย่างเต็มที่
  • ช่วงเวลามี่พระแม่อุมาเทวีเสด็จมาประทานพร – เชื่อกันว่าในช่วงนวราตรี พระแม่อุมาเทวีและเหล่าทวยเทพจะเสด็จลงมายังโลกเพื่อประทานพรแก่มนุษย์ ผู้คนจึงนิยมขอพรเรื่องความสำเร็จ ความก้าวหน้า ความรัก และสุขภาพ
  • การเฉลิมฉลองชัยชนะของความดี – การร่วมงานคือการร่วมระลึกถึงชัยชนะของธรรมะเหนืออธรรม
  • บรรยากาศแห่งความสุขและการพบปะ – ทั้งการแห่ขบวน การร้องเพลง และการได้พบผู้มีศรัทธาร่วมกัน

 

พระแม่ทุรคา 9 ปาง กับ 9 คืนแห่งนวราตรี แต่ละวันมีความหมายอย่างไร?

ตลอด 9 วัน 9 คืนที่พระแม่ทุรคาทรงต่อสู้กับมหิษาสูร เชื่อกันว่าพระแม่ทรงสำแดงพระองค์ในปางที่แตกต่างกันในแต่ละคืน เกิดเป็น นวทุรคา (Navadurga) หรือพระแม่ทุรคา 9 ปาง ซึ่งเป็นหัวใจของการสักการะในเทศกาลนวราตรี แต่ละปางสะท้อนถึงคำอวยพรและความหมายอันเป็นมงคล สำหรับ วันนวราตรี 2569 ทั้ง 9 คืนตรงกับวันที่ 11–19 ตุลาคม เริ่มจากพระไศลบุตรีในคืนแรก ไปจนถึงพระสิทธิธาตรีในคืนสุดท้าย


คืนที่ 1 — พระไศลบุตรี (Shailaputri)

ประทานพรแห่งความมั่นคงเป็นปึกแผ่นและการเริ่มต้นใหม่


พระไศลบุตรี ทรงเป็นธิดาของพระหิมวัต เจ้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย ปางนี้เชื่อมโยงกับธรรมชาติและความมั่นคงเป็นปึกแผ่นและความเข้มแข็ง เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางตลอด 9 คืน สะท้อนถึงการวางรากฐานที่แข็งแรงก่อนก้าวสู่เส้นทางใหม่


คืนที่ 2 — พระพรหมจาริณี (Brahmacharini)

ประทานพรแห่งความมุ่งมั่น ความเพียร และความอดทน


พระพรหมจาริณีคือปางที่พระแม่ทรงบำเพ็ญตบะอย่างแน่วแน่เพื่อบูชาพระศิวะผู้ทรงเป็นพระสวามี ปางนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความสงบ และความเพียร เปรียบเสมือนผู้ที่เดินบนเส้นทางของตัวเองด้วยความตั้งใจ โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค


คืนที่ 3 — พระจันทราฆัณฐ์ (Chandraghanta)

ประทานพรแห่งความกล้าหาญและเอาชนะอุปสรรค


ปางของพระแม่ทุรคาที่ทรงปราบอสูรและนำสันติสุขกลับคืนมาสู่โลก สะท้อนถึงพลังแห่งความกล้าหาญ ยืนหยัดเพื่อสิ่งที่เชื่อมั่น และความพร้อมในการเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง


คืนที่ 4 — พระกูษมัณฑา (Kushmanda)

ประทานพรแห่งความสว่างไสว พลังชีวิต และความอุดมสมบูรณ์

 

ตามตำนาน ครั้งเมื่อจักรวาลยังคงความว่างเปล่าและมืดมน พระกูษมัณฑาได้สร้างสรรพสิ่งทั้งหลายขึ้นมาด้วยรอยแย้มพระสรวลอันแฉล้มรังรองของพระองค์ นำมาซึ่งแสงสว่างและพลังงานมาสู่การดำรงอยู่ ปางนี้จึงเชื่อมโยงกับพลังแห่งการสร้างสรรค์ พลังชีวิต ความสว่างไสว และความเบิกบาน เสริมให้มองเห็นความเป็นไปได้ และเติมพลังให้สิ่งที่กำลังลงมือทำ


คืนที่ 5 — พระสกันธ์มาตา (Skandamata)

ประทานพรแห่งความรัก ความเมตตา และการคุ้มครอง


พระสกันธ์มาตา หมายถึง "พระมารดาแห่งพระสกันทะ" หรือพระขันธกุมาร เทพเจ้าแห่งสงคราม ปางนี้มักปรากฏพร้อมพระโอรสบนตัก จึงสะท้อนถึงความรัก ความเมตตา และความอบอุ่นของสายสัมพันธ์ในครอบครัว


คืนที่ 6 — พระกาตยะยานี (Katyayani)

ประทานพรแห่งสุขภาพที่แข็งแรง ความเด็ดเดี่ยว และชัยชนะ


พระกาตยายนีเป็นปางนักรบผู้ทรงพลังเป็นอย่างมาก ในหลายคัมภีร์ถือเป็นปางที่ปราบมหิษาสูรได้สำเร็จ ปางนี้สะท้อนถึงพลังความเด็ดเดี่ยว สุขภาพกายและใจที่แข็งแรง และความกล้าที่จะยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง เสมือนเครื่องเตือนใจให้เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง พร้อมก้าวผ่านความท้าทายตรงหน้า


คืนที่ 7 — พระกาลราตรี (Kalaratri)

ประทานพรแห่งการขจัดอวิชชาและปัดเป่าสิ่งไม่เป็นมงคล


พระกาลราตรีเป็นปางที่ดุดันและน่าเกรงขามที่สุดของนวทุรคา มีพระวรกายสีดำดั่งรัตติกาล สื่อถึงพลังในการขจัดความมืดมิด ความหวาดกลัว และสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง


คืนที่ 8 — พระมหาเคารี (Mahagauri)

ประทานพรแห่งความสุขสวัสดิ์มงคลและความสงบ


พระมหาเคารีมีพระวรกายขาวผ่องดุจแสงจันทร์ สะท้อนถึงความบริสุทธิ์ ความสงบสุข และความสง่างาม เปรียบเสมือนการกลับคืนสู่ความเรียบง่ายและความสงบภายใน


คืนที่ 9 — พระสิทธิธาตรี (Siddhidatri)

ประทานพรแห่งโอกาสสู่ความสำเร็จ แก่เหล่าทวยเทพและมวลมนุษย์


พระสิทธิธาตรี (Siddhidatri) มีความหมายว่า “ผู้ประทานความสำเร็จ” ตามคติความเชื่อ พระองค์ทรงเป็นผู้ประทานสิทธิหรือความสำเร็จแก่เหล่าเทพ ฤาษี สิทธา เทวดา คนธรรพ์ อสูร และยักษ์ นับเป็นปางสุดท้ายของนวทุรคา และเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางตลอด 9 คืนแห่งนวราตรี พระสิทธิธาตรีจึงสื่อถึง ความสมบูรณ์พร้อม ผลแห่งความเพียร และโอกาสในการก้าวไปสู่ความสำเร็จทุกประการ

เตรียมตัวไปไหว้พระแม่อุมาเทวี ในวันนวราตรี 2569

งานนวราตรี แต่งตัวยังไงให้เป็นสิริมงคล?

  • สีที่นิยม – นิยมสวมชุดสีขาว หรือเสื้อผ้าโทนสีสดใส อาทิ สีแดง สีเหลือง สีส้ม และสีชมพู สำหรับผู้ที่ต้องการแต่งกายตามธรรมเนียมอินเดีย อาจเลือกสวมส่าหรี เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของงาน 
  • สีที่ควรเลี่ยง – ชุดโทนสีดำ
  • เครื่องประดับ – เลือกเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ อาจเลือกชิ้นที่มีความหมายและสื่อถึงพระแม่อุมาเทวีเพื่อเสริมสิริมงคลและเปิดรับพลังแห่งการชนะอุปสรรคทั้งปวงในมหาฤกษ์วันนวราตรี


 

ของไหว้ที่นิยมนำมาบูชาพระแม่อุมาเทวี

ของบูชาพระแม่อุมาเทวี ที่นิยมนำมาสักการะในช่วงเทศกาลนวราตรี ได้แก่ 

  • ดอกไม้สีเหลืองและสีแดง  โดยเฉพาะ ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ และดอกกล้วยไม้

  • เครื่องหอม อาทิ ธูปหอม กำยาน หรือน้ำหอม

  • ขนมและอาหาร อาทิ ขนมโมทกะ ขนมลาดู ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ


 

แนะนำเครื่องประดับที่มีความหมาย สวมใส่ในวันนวราตรี

ช่วงนวราตรีเป็นช่วงที่ผู้ศรัทธาหลายคนตั้งจิตอธิษฐานและขอพรจากพระแม่อุมาเทวี หลายคนจึงเลือกสวมเครื่องประดับที่มีความหมายเชื่อมโยงกับพระแม่ไปด้วย เพื่อเสริมพลังแห่งความสำเร็จ วาสนาบารมี เสน่ห์ และการชนะอุปสรรคทั้งปวง เปรียบเสมือนการพกคำอวยพรจากพระแม่อุมาเทวีไว้ใกล้ตัวในทุกวัน 


การเลือกเครื่องประดับอาจพิจารณาจากพรและความหมายที่สอดคล้องกับสิ่งที่ตั้งใจอธิษฐาน ไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จ อำนาจบารมี หรือความรัก พร้อมเลือกดีไซน์ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและเข้ากับ everyday look เพื่อให้ความหมายดี ๆ จากพระแม่อุมาเทวีอยู่เคียงข้างในทุกวัน


 

  • สร้อยข้อมือพระแม่อุมาเทวี

 

  • ต่างหูพระแม่อุมาเทวี 

 

สถานที่ไหว้พระแม่อุมาเทวีในกรุงเทพฯ

หนึ่งในสถานที่สำคัญสำหรับการสักการะ พระแม่อุมาเทวี ในประเทศไทย คือ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) ศาสนสถานฮินดูเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเป็นสถานที่จัดงาน นวราตรี ประจำปีที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีและสักการะพระแม่อุมาเทวีอย่างคับคั่ง


หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ขบวนแห่ในคืนวันวิชัยทัสมิ (Vijaya Dashami) ซึ่งเป็นวันสำคัญในช่วงท้ายของเทศกาลนวราตรี โดยทางวัดจะอัญเชิญเทวรูปพระแม่อุมาเทวีและเทวรูปองค์เทพต่าง ๆ ออกแห่ไปตามถนนโดยรอบ เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้ร่วมสักการะอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศของพิธีกรรมและความศรัทธาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

 

 

บทสวดบูชาพระแม่อุมาเทวี

ผู้ศรัทธานิยมสวดบทสวดบูชาพระแม่อุมาเทวี เพื่อเป็นการน้อมสักการะเทวีแห่งอำนาจและบารมี เสริมเสน่ห์ ความรักให้เกิดความผาสุก พร้อมอธิษฐานขอพร เสริมความเป็นสิริมงคลให้ความปรารถนาสำเร็จทุกประการ

 

พระแม่อุมาเทวี

มหาเทวีแห่งอำนาจ วาสนาบารมี เสริมเสน่ห์และความรัก


โอม ไจ มาตา ดี (สวด 3 จบ)

โอม ชยะ ศรี ปารวตี มาตา (สวด 3 จบ)

โอม ศรี มหา อุมาเทวะไย นะมะห์ (สวด 3 จบ)



 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเทศกาลนวราตรี

อานิสงส์หรือพรที่จะได้รับจากการบูชานวราตรีคืออะไร?

ตามความเชื่อของผู้ศรัทธา การสักการะพระแม่อุมาเทวีตลอด 9 วันของเทศกาลนวราตรี เป็นการแสดงความเคารพและตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอพรในด้านต่าง ๆ โดยเชื่อว่าพระแม่จะคอยคุ้มครอง ปกป้องจากสิ่งไม่ดีและอุปสรรค พร้อมเสริมพลังใจ บารมี และความเข้มแข็งในการดำเนินชีวิต รวมถึงนำพาความสงบสุขและความเป็นสิริมงคลมาสู่ตนเองและครอบครัว


เทศกาลนวราตรีจัดขึ้นช่วงไหนของทุกปี?

เทศกาลนวราตรีเป็นมหาฤกษ์สำคัญที่จัดขึ้นในช่วง เดือนกันยายน หรือ ตุลาคม ของทุกปี (ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทินฮินดู หรือเดือนอัศวิน) ซึ่งวันเวลาจะเปลี่ยนไปในแต่ละปีตามปฏิทินจันทรคติของศาสนาฮินดู 


"วันวิชัยทัสมิ" คือวันอะไร และสำคัญอย่างไร?

วันวิชัยทัสมิ (Vijaya Dashami) คือวันที่ 10 ซึ่งเป็นวันถัดจากช่วง 9 คืนของเทศกาลนวราตรี และมีความหมายถึง ชัยชนะเหนือความชั่วร้ายและอุปสรรค ถือเป็นวันสำคัญที่ปิดท้ายเทศกาล

ในประเทศไทย วันวิชัยทัสมิเป็นช่วงที่มีพิธีและกิจกรรมสำคัญตามศาสนสถานฮินดูหลายแห่ง โดยเฉพาะ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) ซึ่งมีขบวนแห่เทวรูปออกจากวัดตามธรรมเนียมประจำปี เปิดโอกาสให้ผู้ศรัทธาได้ร่วมสักการะและชมความศักดิ์สิทธิ์ของขบวนแห่อย่างใกล้ชิด


พระแม่อุมาเทวี พระแม่ทุรคา และพระแม่กาลี คือองค์เดียวกันไหม?

ทั้งสามพระองค์ ถือเป็นองค์เดียวกันทั้งหมด หากแต่เป็นภาคและปางแตกต่างกัน โดยพระแม่อุมาเทวีคือภาคอวตารในร่างมนุษย์ที่งดงามและอ่อนโยน เมื่อพระองค์ต้องออกศึกปราบอสูรจะทรงอวตารเป็น พระแม่ทุรคา และหากทรงกริ้วจัดขีดสุดเพื่อทำลายล้างสิ่งชั่วร้ายจะอวตารเป็น พระแม่กาลี


ควรสวดบูชาเทพองค์ใดก่อนสวดถวายพระแม่อุมาเทวี?

ตามธรรมเนียมการบูชาที่นิยมในศาสนาฮินดู มักเริ่มต้นด้วยการสวดบูชา พระพิฆเนศ ก่อน เพื่อเป็นการขอพรให้คำอธิษฐานสมหวังดั่งปรารถนาและให้ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างราบรื่น 

บทสวดที่นิยมใช้คือ “โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา” (Om Shri Ganeshaya Namaha) ทั้งหมด 3 หรือ 9 จบ ก่อนจึงสวดบทบูชาพระแม่อุมาเทวีต่อไป